พุทธศาสนสุภาษิต หมวดที่ 1 "ธรรมะเบื้องต้น"
|
พุทธศาสนสุภาษิต |
คำแปล |
|
อุฏฺฐาตา วินฺทเต
ธนํ |
คนขยัน
ย่อมหาทรัพย์ได้ |
|
พาโล อปริณายโก |
คนโง่
คนพาล ไม่ควรเป็นผู้นำ |
|
อตฺตา หิ
อตฺตโน นาโถ |
ตนเป็นที่พึ่งของตน |
|
ปญฺญาว ธเนน
เสยฺโย |
ปัญญาย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์ |
|
อตฺตา หเว
ชิตํ เสยฺโย |
ชนะตนนั่นแหละประเสริฐกว่า |
|
ยถาวาที ตถาการี |
พูดอย่างไร
ทำได้อย่างนั้น |
|
สจฺจํ เว
อมตา วาจา |
คำจริงเป็นสิ่งไม่ตาย |
|
อิณาทานํ ทุกขํ
โลเก |
การกู้หนี้
เป็นทุกข์ในโลก |
|
อตฺตานํ ทมยนฺติ
ปณฺฑิตา |
บัญฑิตย่อมฝึกตน |
|
ททมาโน ปิโย
โหติ |
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก |
พุทธศาสนสุภาษิต หมวดที่ 2 "หมวดบุคคล"
|
พุทธศาสนสุภาษิต |
คำแปล |
|
ธมฺมเทสฺสี ปราภโว |
ผู้เกลียดธรรม เป็นผู้เสื่อม |
|
ปริภูโต
มุทุ โหติ อติติกฺโข จ เวรวา |
อ่อนไปก็ถูกเขาหมิ่น แข็งไปก็มีภัยเวร |
|
นตฺถิ โลเก อนินฺทิโต |
ผู้ไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก |
|
ทุวิชาโน
ปราภโว |
ผู้มีความรู้ในทางชั่ว เป็นผู้เสื่อม |
|
สุวิชาโน
ภวํ โหติ |
ผู้มีความรู้ในทางที่ดี
เป็นผู้เจริญ |
|
โจรา โลกสฺมิมพฺพุทา |
พวกโจรเป็นเสนียดของโลก |
|
ธมฺมกาโม ภวํ โหติ |
ผู้ชอบธรรม
เป็นผู้เจริญ |
|
ครุ โหติ สคารโว |
ผู้เคารพผู้อื่น ย่อมมีผู้เคารพตนเอง |
|
ผาตึ กยิรา อวิเหฐยํ ปรํ |
ควรทำแต่ความเจริญ
อย่าเบียดเบียนผู้อื่น |
|
สจฺจํ หเว สาธุตรํ
รสานํ |
ความซื่อสัตย์นั่นแล ดีกว่ารสทั้งหลาย |
พุทธศาสนสุภาษิต หมวดที่ 3 "หมวดการศึกษา"
|
พุทธศาสนสุภาษิต |
คำแปล |
|
หินชจฺโจปิ เจ โหติ อุฏฺฐาตา ธิติมา นโร |
คนเราถึงมีชาติกำเนิดต่ำ แต่หากขยันหมั่น
เพียร มีปัญญาประกอบด้วยอาจาระ และ ศีล ก็รุ่งเรืองได้ เหมือนไฟถึงอยู่ในคืนมืดก็สว่างไสว |
|
โน เจ อสฺส สกา พุทฺธิ วินโย
วา สุสิกฺขิโต |
ถ้าไม่มีพุทธิปัญญา แลมิได้ศึกษาระเบียบ
วินัยคนทั้งหลายก็จะดำเนินชีวิต เหมือนดัง กระบือบอดในกลางป่า |
|
สากจฺฉาย ปญฺญา เวทิตพฺพา |
ความมีปัญญา ย่อมรู้ได้จากการสนทนา |
|
ปุตฺเต วิชฺชาสุ ฐาปย |
บิดามารดา พึงให้บุตรเรียนศิลปวิทยา |
|
โยคา เว ชายเต ภูริ |
ปัญญา
ย่อมเกิดขึ้น เพราะการฝึกฝน |
|
ปญฺญาว ธเนน เสยฺโย |
ปัญญานั่นแหละ ประเสริฐกว่าทรัพย์ |
|
สุสฺสูสํ ลภเต ปญฺญํ |
ผู้ตั้งใจศึกษา
ย่อมได้ปัญญา |
|
ปญฺญา นรานํ รตนํ |
ปัญญาเปรียบเสมือน เครื่องประดับแห่งตน |
|
ปญฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต |
ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก |
|
อวิทฺทสู มารวสานุวตฺติโน |
คนโง่
มักตกอยู่ในอำนาจ แห่งมาร |
พุทธศาสนสุภาษิต หมวดที่ 4 "หมวดวาจา"
|
พุทธศาสนสุภาษิต |
คำแปล |
|
วาจํ ปมุญเจ กุสลํ นาติเวลํ |
ไม่ควรเปล่งวาจาที่ดี ให้เกินแก่ควรกาล |
|
พทฺธาปิ ตตฺถ มุจฺจนฺติ
ยตฺถ ธีรา ปภาสเร |
คนมีปัญญา
แม้มีปัญหา และ ถูกผูกมัดอยู่ พอพูดในเรื่องใด
ก็หลุดได้ในเรื่องนั้น |
|
หทยสฺส สทิสี วาจา |
ว า จ
า เ ช่ น เ ดี ย ว กั บ ใ จ |
|
น หิ มุญเจยฺย ปาปิกํ |
ไม่ควรเปล่งวาจาที่ชั่วเลย |
|
อพทฺธา ตตฺถ พชฺฌนฺติ |
คนพาลที่ยังไม่ถูกผูกมัด แต่พอพูดในเรื่องใด
ก็ถูกผูกมัดตัวในเรื่องนั้น |
|
มุตฺวา ตปฺปติ ปาปิกํ |
คนกล่าววาจาชั่ว ย่อมเดือดร้อน |
|
มนุญฺญเมว ภาเสยฺยํ |
ควรกล่าวแต่วาจา ที่น่าพอใจ |
|
ทุฏฺฐสฺส ผรุสา วาจา |
คนโกรธมีวาจาหยาบ |
|
สจฺจํ เว อมตา วาจา |
คำสัตย์ แลเป็นวาจาที่ไม่ตาย |
|
อภูวาที นิรยํ อุเปติ |
คนพูดไม่จริง
ย่อมเข้าถึงนรก |
พุทธศาสนสุภาษิต หมวดที่ 5 "หมวดความอดทน"
|
พุทธศาสนสุภาษิต |
คำแปล |
|
ขนฺติ ตโป ตปสฺสิโน |
ความอดทน
เป็นตปะ ( ต บ ะ ) ของผู้พากเพียร |
|
ขนฺติ หิตสุขาวหา |
ความอดทน
นำมาซึ่งประโยชน์สุข |
|
ขนฺติ ธีรสฺสลงฺกาโร |
ความอดทน
เป็นเครื่องประดับ ของนักปราชญ์ |
|
ขนฺติ ปรมํ ตโป ตีติกฺขา |
ขันติ
คือความอดทน เป็นตบะอย่างยิ่ง |
|
ขนฺติ พลํ ว ยตีนํ |
ความอดทน
เป็นกำลัง ของนักพรต |
|
ขนฺติ สาหสวารณา |
ความอดทน
ห้ามไว้ได้ซึ่ง ความผลุนผลัน |
|
ขนฺติพลา สมณพราหมณา |
สมณพรามหณ์ มีความอดทนเป็นกำลัง |
|
มนาโป โหติ ขนฺติโก |
ผู้มีความอดทน ย่อมเป็นที่ชอบใจของบุคคลอื่น |
|
เกวลานํปิ ปาปานํ ขนฺติ
มูลํ นิกนฺตติ |
ความอดทน
ย่อมตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น , ผู้มีขันติ ชื่อว่า
ย่อมขุดรากแห่งความ ติเตียน และ การทะเลาะกันได้ เป็นต้น |
|
ขนฺติโก เมตฺตวา ลาภี ยสสฺสี สุขสีลวา |
ผู้มีความอดทน
นับว่ามีเมตตา มีลาภ มียศ และ มีสุขเสมอ , ผู้มีความอดทน
ย่อมเป็นที่รัก ชอบใจของเทวดา และ มนุษย์ทั้งหลาย |
พุทธศาสนสุภาษิต หมวดที่ 6 "หมวดความเพียร"
|
พุทธศาสนสุภาษิต |
คำแปล |
|
ขโณ โว มา อุปจฺจคา |
อย่าปล่อยกาลเวลาให้ล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์ |
|
หิยฺโยติ หิยฺยติ โปโส ปเรติ ปริหายติ |
คนที่ผลัดวันว่าพรุ่งนี้ ย่อมเสื่อม
ยิ่งผลัดว่ามะรืนนี้ ก็ยิ่งเสื่อม |
|
กาลคตญฺจ น หาเปติ อตฺถํ |
คนขยัน พึงไม่ให้ประโยชน์ที่มาถึงแล้วผ่านไปโดยเปล่า |
|
โภคา สนฺนิตยํ ยนฺติ วมฺมิโกวูปจียติ |
ค่อยๆ
เก็บรวบรวมทรัพย์ ดังปลวกก่อจอมปลวก |
|
อตีตํ นานฺวาคเมยฺนย นปฺปฏิกงฺเข
อนาคตํ |
อย่ารำพึงถึงความหลัง อย่ามัวหวังถึงอนาคต |
|
อโหรตฺตมตนฺทิตํ ตํ เว ภทฺเทกรตฺโตติ |
คนขยันทั้งคืนทั้งวัน จักไม่ซึมเซา
เรียกว่าแต่ละวันมีแต่นำโชค |
|
อสเมกฺขิตกมฺมนฺตํ ตุริตาภินิปาตินํ |
ผู้ที่ทำการงานลวกๆ โดยมิได้พิจารณาใคร่ครวญให้ดี
เอาแต่รีบร้อนพรวดพราดจะให้เสร็จ การงานเหล่านั้น ก็จะก่อความเดือดร้อนให้
เหมือนตักอาหารที่ยังร้อนใส่ปาก |
|
อชฺช สุวติ ปุริโส สทตฺทํ นาวพุชฺฌติ |
คนที่ไม่รู้จักประโยชน์ตนว่า อะไรควรทำวันนี้
อะไรควรทำพรุ่งนี้ ใครตักเตือนก็โกรธ เย่อหยิ่ง ถือดีว่า ฉันเก่ง ฉันดี
คนอย่างนี้ เป็นที่ชอบใจของ กาฬกิณี |
|
โกสชฺชํ ภยโต ทิสฺวา วิริยารมฺภญฺจ เขมโต |
ท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้านว่าเป็นภัย และเห็นการปรารภความเพียรว่าเป็นความปลอดภัย
แล้วปรารภความเพียรเถิด นี้เป็น พุทธานุศาสนี |
พุทธศาสนสุภาษิต หมวดที่ 7 "หมวดความโกรธ"
|
พุทธศาสนสุภาษิต |
คำแปล |
|
โกธํ ทเมน อุจฺฉินฺเท |
พึงตัดความโกรธด้วยความข่มใจ |
|
โกโธ สตฺถมลํ โลเก |
ความโกรธเป็นดังสนิมศัสตราในโลก |
|
โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ |
ฆ่าความโกรธได้ อยู่เป็นสุข |
|
โกธํ ปญฺญาย อุจฺฉินฺเท |
พึงตัดความโกรธด้วยปัญญา |
|
โกธสมฺมทสมฺมตฺโต อายสกฺยํ นิคจฺฉติ |
ผู้เมามึนด้วยความโกรธ
ย่อมถึงความไร้ยศศักดิ์ |
|
ยํ กุทฺโธ อุปโรเธติ สุกรํ วิย ทุกฺกรํ |
ผู้โกรธจะผลาญสิ่งใด
สิ่งนั้นทำยากก็เหมือนทำง่าย |
|
อนตฺถชนโน โกโธ |
ความโกรธก่อความพินาศ |
|
ทุกฺขํ สยติ โกธโน |
คนมักโกรธ
ย่อมอยู่เป็นทุกข์ |
|
อปฺ |